ค้นหาและแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวในไทย ลงทะเบียน เข้าสู่ระบบ
    • โพสต์-1
    KACHEN •  พฤษภาคม 12 , 2559

    กาญจนบุรี เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่หน้าร้อนโหดมาก ไปเที่ยวกาญหน้าร้อน แถมนั่งรถไฟพัดลมชั้นสามไปอีก แค่คิด ความร้อนก็วูบขึ้นในหัวแล้ว  แต่ถ้าไม่ลองไปสัมผัส จะรู้ได้ไงว่าร้อนแค่ไหน  ว่าแล้วตามผมไปเที่ยวกันเลย…

    การเดินทางครั้งนี้ของผม เลือกใช้บริการรถไฟขบวนท่องเที่ยวสายน้ำตก ของการรถไฟ ซึ่งจะมีออกเดินทางทุกวัน โดยจะมีเฉพาะตู้ที่นั่งแบบชั้นสามประเภทตู้พัดลมเท่านั้น  แต่ก่อนเขาเคยมีตู้แอร์ให้บริการ แต่ก็ไม่ค่อยมีคนใช้บริการ ตู้แอร์เลยต้องยกเลิกไป รถไฟจะออกเดินทางจากสถานีรถไฟหัวลำโพง เวลา 6.30 น.

    ค่าตั๋วรถไฟ ไปกลับ 120 บาทขาดตัว ถึงจะไปแล้วไม่กลับ (แวะค้างคืน) เขาก็ไม่ลดราคาให้  ถ้าหากอยากกลับอีกวัน ต้องซื้อตั๋วใหม่อย่างเดียวเลย อีก 120 บาท ตั๋วรถไฟจะมีที่นั่งระบุไว้ชัดเจน  ฉนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะต้องโหน

    เบาะที่นั่งน่าจะทำจากไฟเบอร์ ก็ไม่ต้องคาดหวังเรื่องความนิ่ม  เบาะตั้งตรง 90 องศา ปรับไม่ได้ เบาะหันหน้าเข้าหากัน ล๊อคนึงนั่งได้ 4 คน ถ้าตัวใหญ่ แนะนำให้วางขาแบบสลับฟันปลา  เพราะที่นั่งแคบมากกกก… ด้านบนหัวก็จะมีที่ให้วางกระเป๋า แต่ถ้าใครนั่งด้านหลัง ตรงใกล้ ๆ ห้องน้ำ เขาจะไม่มีที่วางกระเป๋าให้  ต้องแอบเอาไปวางล๊อคอื่นแทน อ่อ ไม่มีพัดลมด้วย ถ้าเป็นไปได้ จองตรงกลางขบวนดีกว่า โล่ง โปร่ง สบาย

    รถไฟขบวนนี้ จะจอดเฉพาะแค่บางสถานีเท่านั้น เพื่อรับคนขึ้นมาระหว่างทาง จุดหมายปลายทางแรกที่แวะเที่ยว ได้แก่ พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม โดยจะให้เวลาแวะเที่ยวที่นี่ 40 นาที

    เวลา 40 นาที ไม่เยอะเลย แค่กินข้าวหมูแดงเสร็จก็ต้องรีบวิ่งกลับขึ้นรถและ พระปฐมเจดีย์ได้แต่ยืนไหว้อยู่ไกล ๆ จากนั้นก็เดินทางกันต่อ

    รถไฟพร้อมออกเดินทางแล้ววว

    ก่อนรถจากรถ อย่าลืมดูด้วยว่าเรานั่งคันไหน อย่าขึ้นผิดขบวนนะเพราะนอกจากขบวนท่องเที่ยวสายน้ำตก เขายังพ่วงขบวนที่ไปเที่ยวหัวหิน สวนสนมาด้วย ซึ่งขบวนนั้นจะแยกตัวออกไป ตรงสถานีหนองปลาดุก

    และแล้วก็มาถึงจุดพักแวะจุดที่ 2 สะพานข้ามแม่น้ำแคว โดยจุดนี้ จะให้เวลาหยุดพักทั้งสิน 25 นาที

    ลงจากรถได้ก็รีบวิ่งลงไปถ่ายรูปรัว ๆ จากนั้นก็ออกเดินทางกันต่อเลย

    วิ่งข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแควแล้ว เป็นครั้งแรกที่ผมได้นั่งรถไฟข้ามสะพานนี้นะเนี่ย มองไปในน้ำเจอสาหร่ายกอใหญ่ น้ำใสเหมือนกันแหะ

    ระหว่างทางก็ชมนก ชมไม้ ชมภูเขา ชมแม่น้ำเรื่อยไปอีก 1 ชม. ก็จะมาถึงไฮไลท์สำคัญของเราครั้งนี้  คือ ทางรถไฟสายมรณะ โดยรถไฟจะหยุดจอดตรงสถานีถ้ากระแซ 1 ซึ่งอยู่ตรงหน้าสวนไทรโยครีสอร์ทพอดี ก่อนหนึ่งครั้ง ผมก็เอากระเป๋าฝากเพื่อนลงไปเก็บก่อน จากนั้นผมก็นั่งรถไฟต่อไปยังสถานีถ้ำกระแซ 2 ซึ่งเป็นเส้นทางจุดที่เป็นไฮไลท์  ระยะทางประมาณ 350 เมตร

    ถ้านั่งฝั่งซ้ายมือ  จะเห็นแม่น้ำและสะพาน  ถ้านั่ง ขวามือ จะติดหน้าผา  โชคดีที่ผมได้นั่งด้านซ้ายพอดี

    ส่วนใครนั่งด้านหน้าผา เขาบอกว่าให้เอามือลูบที่หน้าผาแล้วอธิษฐาน  แล้วสิ่งที่ขอจะสมหวัง

    มองย้อนกลับไปจะเห็นสวนไทรโยครีสอร์ท  รอก่อนนะ เดี๋ยวกลับมา

    ตอนแรกก็มัวแต่ถ่ายไปด้านหน้า ลุ้นตั้งนานไม่เห็นโค้งสักที เลยลองหันมาถ่ายย้อนกลับไป ค่อยเหมือนมุมที่เขานิยมถ่ายกันหน่อย หาอยู่ตั้งนาน 5555

    ณ เวลาขณะนั้นตื่นตาตื่นใจมาก โผล่หัวออกไปถ่ายรูปรัว ๆ

    ไหนหันกลับไปข้างหน้าอีกทีสิ ไปถึงไหนและ แต่มุมนี้ก้อไม่ค่อยเห็นไรจริง ๆ

    หันหลังกลับไปอีกรอบ คราวนี้รถไฟเอียงวุ้ย ความเสียวเพิ่มขึ้น

    เริ่มกลับมาสู่ระนาบปกติและ  ไปกันต่อเลย

    รถไฟจะมาหยุดจอดอีกครั้งที่สถานีถ้ำกระแซ 2 ซึ่งสถานีนี้จะอยู่ใกล้กับถ้ำกระแซจริง ๆ ลงกันเลย  เดินย้อนกลับไปรีสอร์ทดีกว่า

    ระหว่างทางก็แวะไหว้พระกันหน่อยที่ถ้ำกระแซ  สาธุ สาธุ

    ระหว่างเดินกลับก็ผ่านจุดที่เขาซ่อมสะพานอยู่ด้วย จุดนี้ต้องหลบดี ๆ คนเยอะ ๆ มีสายไฟด้วย

    โค้งนี้วิวสวย หยุดถ่ายเซลฟี่สักหน่อย แชะ ๆ

    เอ้าเดินต่อ ๆ ถ้าใครไม่ชอบความหวาดเสียว แนะนำให้ลงไปเดินข้างล่างนะ จะเดินสบาย ชิว ๆ กว่า ส่วนผม เลือกเดินผิดทาง ก็ต้องสู้ต่อไป  5555

    มองย้อนกลับไปก็จะเห็นโค้งน้ำ สวยงาม ด้านล่างจะเป็น บ้านริมแควแพริมน้ำ รีสอร์ท

    เขาน่าจะเริ่มซ่อมสะพานมาสักระยะแล้วนะ ไม้หมอนรถไฟสภาพยังใหม่อยู่เลย

    เย้ ๆ ในที่สุดก็มาถึงรีสอร์ทแล้ว  ใช้เวลาเดินนานพอสมควร เพราะคนข้างหน้าเดินไปกรี๊ดไป คงจะหวาดเสียว เพราะถ้าก้าวพลาด มีร่วงแน่ ๆ ไม่มีอะไรกั้น แถมก็สูงพอสมควรเลย จะแซงก็แซงไม่ได้ ต้องค่อย ๆ เดินตามเขาไป

    ถึงพื้นดินแล้วว มีรูปปั้นสวัสดีมาต้อนรับ

    ย้อนกลับไปดูทางที่เดินผ่านมา ไม่ใกล้ ไม่ไกล แต่ทำไมใช้เวลาเดินนาน ๆ อยากรู้ต้องลองไปพิสูจน์กันนะ ตรงนี้มีทางลงไปรีสอร์ทอยู่ด้วยเดินลงไปได้เลย

    มาดูความสูงสะพานกันบ้าง ตกลงมามีขาหักแน่ ๆ

    เข้ามาในรีสอร์ทและ หญ้าที่นี่เขียวมากกกถึงมากที่สุด

    ที่พักของเราคืนนี้ เป็นแพริมน้ำ ห้องนึงนอนได้ 4 คน แต่ไม่มีห้องน้ำในตัวนะ ต้องเดินขึ้นไปบนฝั่ง ตรงร้านอาหาร ไม่ไกลมาก แต่ขึ้นลง ๆ บ่อย ๆ มีเหนื่อยอยู่

    ด้านในห้องพักก็ประมาณนี้ ขโมยรูปจากเว็บไซต์เขามาให้ดูนะครับ เพราะลืมถ่ายไว้

    หลังจากกินข้าวบ่ายเสร็จ รถไฟขบวนใหม่มาถึงแล้ว ขบวนนี้จะเป็นขบวนโดยสาร ปกติ โบกี้จะยาวกว่าขบวนท่องเที่ยวที่เรานั่งตอนมามาก และจะมีคนขึ้นลงตลอดเวลา

    หลังจากกินข้าวเสร็จก็นอนพักผ่อน ถ่ายรูปกันตามอัธยาศัย เรามีนัดอีกทีตอนบ่ายสี่โมงครึ่งเพื่อไปล่องแพเปียกกัน

    The Raft X-Team (ล่องแพเปียก)
    กิจกรรมที่ทางสวนไทรโยค รีสอร์ท โดยใช้วิถีชาวกาญจน์ ในการใช้แพเป็นหลัก มาประยุกต์กับกิจกรรม Adventure โดยลาก แพเป็นขบวนทวนแม่น้ำแควน้อย 2 กม. แล้วปล่อยแพล่องจากน้ำอิสระ โดยผู้เล่นจะสวมเสื้อชูชีพ แล้วกระโดดลงน้ำลอยตัวมาขึ้นที่รีสอร์ทหรือบนแพ พร้อมชมวิวสะพานถ้ำกระแซได้ตลอดตั้งแต่แรกจนจบ โดยมีเจ้าหน้าที่ควบคุมความปลอดภัยให้กับทุกท่าน เนื่องจากที่ตั้งรีสอร์ทเป็นแน้วโค้งรับน้ำยาวกว่า 500 เมตร ท่านจึงสะดวกสบายในการขึ้นจากแม่น้ำ

    เรือก็ลากแพที่เรานั่งไปเรื่อย ๆ ลากไป 2 กม. จนมาถึงจุดนึงที่กลางแม่น้ำค่อนข้างตื้น จากนั้นก็ให้เราโดดลงเลย ลอยตัวกลับรีสอร์ท

    ตรงนี้น้ำไม่ลึก ยืนถึง แต่น้ำจะเชี่ยวมาก ถ้าพร้อมแล้ว ก็ปล่อยตัวตามสบาย ไหลตามน้ำไปเรื่อย ๆ

    ลอยตามน้ำไปมองดูวิวสะพานไปเพลินดี แต่มันก็มีจุดที่ต้องควรระวังนิดหน่อย เจ้าหน้าที่เขาจะบอกเราตั้งแต่ตอนลากเรือมาแล้วว่าอย่าเข้าไปชิดฝั่ง ให้ลอยอยู่ตรงกลางเข้าไว้ แล้วก็ให้ระวังก้อนหินที่โค้งน้ำก่อนถึงรีสอร์ท  แต่ทั้งนั้นก็จะมีเจ้าหน้าที่เกาะติดไปกับเราตลอด เวลาเราออกนอกลู่นอกทาง เจ้าหน้าที่ก็จะคอยช่วยลากกลับมาให้ ทำให้ไม่น่ากลัว  สนุกดี ๆ

    แดดไม่มีแล้ว น้ำเย็น ๆ คลายร้อนได้มากเลย

    เผลอแว๊บเดียว ลอยมาถึงรีสอร์ทแล้วว… ด้านหน้ารีสอร์ทมีเครื่องเล่นทางน้ำให้เล่นด้วย แต่ต้องเสียเงินเพิ่มต่างหาก

    วันนี้คงหมดแรงจะเล่นเครื่องเล่นและ กลับไปเล่นน้ำต่อหน้าแพดีกว่า

    ถึงแล้วววว  รีบฟรีสไตล์เข้าไปเลย หากเลยไปกว่านั้นต้องไปขึ้นท้ายแพ ต้องเดินย้อนกลับมาอีก เสียพลังงานเพิ่ม

    หลังจากเล่นน้ำจนหนำใจก็ขึ้นไปอาบน้ำ เตรียมตัวทานอาหารเย็นกัน โดยอาหารเย็นวันนี้ ทางรีสอร์ทได้จัดไว้ให้เป็นแบบบุฟเฟห์ แต่มีข้อแม้คือสามารถเติมได้แค่บางอย่างเท่านั้น เช่น ไข่เจียว แกงจืด น้ำพริกกะปิ พวกปลาทอดหรือไก่ทอดจะเติมไม่ได้

    หลังจากนี้ยังมีกิจกรรมรอบกองไฟกับอาหารมื้อดึกอีก แต่ด้วยความเหนื่อยผมเลยขอกลับไปนั่งเล่นหน้าแพดีกว่า

    • สุรี  อยากไปมากแต่ไม่รุ้จะจองตั๋วที่ไหนค่ะ
      หมายถึงตั๋วนำเที่ยวเมืองกาญค้างคืนอ่ะค่ะ
      10 สิงหาคม 2563 08:36:01
    • สุรี  อยากไปมากแต่ไม่รุ้จะจองตั๋วที่ไหนค่ะ
      หมายถึงตั๋วนำเที่ยวเมืองกาญค้างคืนอ่ะค่ะ
      10 สิงหาคม 2563 08:36:01
    • Supat  ขอบคุณข้อมูลครับ ทีแรกว่าจะนอนอีกที่ แล้วมาขึ้นรถไฟ และชมสะพานที่นี่ ตอนนี้ คิดว่าพักที่นี้ก็ได้ครบถ้วนในวันเดียวกัน 09 พฤศจิกายน 2560 22:18:55
    • โพสต์-2
    KACHEN •  พฤษภาคม 12 , 2559

    เช้าวันใหม่

    หลังจากทานข้าวเช้าเสร็จแล้ว เขามีกิจกรรมให้เลือกทำได้ 3 อย่างคือ เพนท์บอล ขี่ ATV กับนวดฝ่าเท้า แต่ผมเลือกที่จะนวดฝ่าเท้าแทน  5555 ก็ไปนั่งนวดเพลิน ๆ พอนวดเสร็จแอบไปดูเพื่อนเล่นเพนท์บอล น่าสนุกดี

    ชุดน่ารักมาก…มีให้เลือกใส่มากมาย 555 

    บรรยากาศภายในสนาม  น่าสนุกดี  เขาจะมีกระสุนให้คนล่ะ 50 นัด ข้อห้ามหลัก ๆ ก็คือ ห้ามยิงในระยะไม่เกิน 5 เมตร ใครกระสุนหมดให้ยกปืนขึ้น แล้วห้ามยิง ให้ออกไปจากการแข่งขันเลย

    หลังจากจบกิจกรรมก็ได้เวลาเตรียมตัวเก็บกระเป๋า กลับ กทม กัน

    แผนเดิมที่เราจะต้องกลับรถไฟมีเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย  เพราะใช้เวลาเดินทางนานเกินไป เราเลยขอกลับด้วยรถตู้แทน สะดวกและรวดเร็วกว่า เพราะไม่งั้นต้องรอรถไฟกลับมาจากน้ำตกประมาณ 14.30 น.

    จบทริป 2 วัน 1 คืน  ทริปสั้น ๆ แต่สนุกมาก…. ถ้ามีโอกาส ลองไปเที่ยวกันนะครับ

    • Supat  ห้องพักมีกี่แบบกี่ราคาครับ 09 พฤศจิกายน 2560 22:21:28