ค้นหาและแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวในไทย ลงทะเบียน เข้าสู่ระบบ
 
เดอะแก๊งปากหมาฯพาหลง ... >>> ตะลอนเที่ยวเขื่อนกระเสียว เลี้ยวเข้าวัดสังกระต่าย เดินเฉิดฉายในตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน เขื่อนกระเสียว (Kra Siao Dam) จ.สุพรรณบุรี
    • โพสต์-1
    Taya@ •  สิงหาคม 19 , 2563

    ตะลอนเที่ยว>>>เขื่อนกระเสียวกัน

     ต้นเหตุ เป็นเพราะ .......โควิด-19........ เชื้อไวรัสที่รุนแรงและส่งผลย่ำแย่ไปทั่วโลก รวมถึงส่งผลกระทบถึงการเดินทางท่องเที่ยวของเดอะแก๊งฯ ที่ต้องเลื่อนออกไป เพราะ โดน กั ก ตั ว >>> อ ยู่ บ้ า น >>> ห ยุ ด เ ชื้ อ >>> เ พื่ อ ช า ติ 

        หลังจากที่รัฐบาลรณรงค์ให้ท่องเที่ยวภายในประเทศหลังปลดล๊อคมาตราการ การป้องกันโควิด-19 เดอะแก๊งฯ ไม่รอช้า เพราะความคิดถึง และด้วยความต้องการเดินตามรอยเท้าของรุ่นพี่ที่รักและเคารพ ทริปง่ายๆ สบายๆ แบบเดอะแก๊งฯ ที่ไม่เน้นความสะดวกสบาย พร้อม "น้องมังคุด" รถคู่ใจ จึงบังเกิด

    เรายังคงเดินทางตามสไตล์ของเดอะแก๊งฯ รอบนี้เริ่มต้นจากเดอะมอลล์ท่าพระ เพราะนัดรวมพลขนเสบียงกันที่นั่น ไปตามเส้นทางถนนราชพฤกษ์ ที่ไปหลายครั้งก็ต้องพึ่ง อากู๋ Googl Maps ตล๊อดตลอด ตั้งเป้าไป อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อมุ่งหน้าไปเขื่อนกระเสียว เร่ร่อนไปตามทาง หลงวนสำรวจเส้นทางเล็กน้อย ไปติดต่อที่พัก แต่ยังไม่ถูกใจ ไม่เป็นไร หาใหม่ ที่พักค่อนข้างเยอะ แต่ต้องการตามรอยพี่ชาย จึงมุ่งไปที่แพริมน้ำ จึงลงเอยที่ "แพชาวเขื่อน ฟิชชิ่ง (แพลุงโต)" 

    เดอะแก๊งฯ โทรหาเพื่อสอบถามข้อมูลก่อนถึงราคา และสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ห้องน้ำ ที่นอน หรืออาหารการกิน ที่เบอร์ 087 112 4675 จนได้ความว่า แพที่มีห้องน้ำในตัวราคาคืนละ 1,000 - 1,500 บาท แพหลังเล็กที่ไช้ห้องน้ำรวมราคาคืนละ 600 บาท แต่เพราะช่วงโควิด-19 ทางลุงโตผู้แฮนด์ซั่ม และใจดี จึงสนนราคาให้คืนละ 600 บาท กับแพที่มีห้องน้ำในตัว เพราะความออดอ้อนของเดอะแก๊งฯ ที่บอกว่าจะได้หารกันลงตัวค่ะ ^^ แต่ด้วยภารกิจ เดอะแก๊งฯต้องเข้าเมืองและกลับมาในเวลาที่ตะวันตกดิน ทำให้หลงทางพอกรุบกริบ 

    คืนนั้น มีแพของนักท่องเที่ยวใกล้ๆ แพของเดอะแก๊งฯ ซ้ายกลุ่มวัยรุ่นยุค 2020 ขวากลุ่มวัยรุ่นรัชกาลที่ 6 (ลองคำนวณอายุกันเล่นๆ 5555) หยอก หยอก ^^ แพเดอะแก๊งฯ อยู่ตรงกลาง ซ้ายเปิดเพลงวงบอดี้สแลม ขวาเปิดเพลงของยอดรัก สลักใจ เห้อออออออ!!!!! เดอะแก๊งฯ จะแยกประสาทหูยังไง หันไปทางซ้ายหัวก็โยกตามจังหวะนึกถึงคอนเสิร์ตพี่ตูนเบาๆ หันไปทางขวาเท้าก็จะกวาดเป็นหางเครื่องจังหวะสามช่าตามสไตล์ 30 ยังแจ๋ว  55555

    ยิ่งดึก ยิ่งได้บรรยากาศ เห็นพระจันทร์กลมโต อยู่ขอบฟ้าและแสงเงาสะท้อนบนผืนน้ำทอดยาว เดอะแก๊งฯ นั่งฟินและนอนฟินฟังเพลงทั้งซ้ายและขวา จู่ๆ น้องแพด้านซ้ายตะโกนถาม >>> เพ่ เพ่ ขวดกลมที่วางอยู่นั่นนะ ผมขอซื้อนะ ... นึกในใจ จะซื้อต่อทำไมว้า เลยตะโกนบอก นั่นไม่ใช่แอลกอฮอล์นะ แต่มันคือน้ำราสเบอรรี่หมัก น้องๆ บอก ได้ทั้งนั้นพี่ เท่าไรคับ >>> งั้นว่ายน้ำมาเอาไปเลยน้อง ฟรี ฟรี คงฟินเหมือนกันแต่ลองกินเบาๆ ก่อนนะ เผื่อ " อ้ ว ก " 5555 พูดยังไม่ทันขาดคำ เสียง "ตูมมมมมม" ผิวน้ำแตกกระจาย ภาพที่เห็นตรงหน้าคือ น้องผู้ชายคนหนึ่งโดนเพื่อนอีกคนถีบลงน้ำ และน้องก็รีบว่ายมาหา พร้อมเสียงฮา ระคนตกใจของเดอะแก๊งฯ จะจดจำไปเนินนาน กลุ่มน้องๆ ที่ขอน้ำหมักไปกินแกล้มการตั้งวงเคล้าการพูดคุยและร้องเพลงเสียงอ้อแอ้ เดอะแก๊งฯ หลับไปท่ามกลางเสียงหัวเราะและเสียงเพลงที่ตีกันจนเป็นเพลงเดียวกันแค่ผลัดกันฟังคนละท่อนเท่านั้น เพราะต่างคนต่างเพลีย ค่อยว่ากันต่อในวันพรุ่งนี้ 




     
    • โพสต์-2
    Taya@ •  สิงหาคม 21 , 2563

    เช้าแล้วไปไหว้พระกัน>>>>

    ตั้งใจจะตื่นสัก 7 โมงเช้า เพราะเป็นทริปไม่รีบไม่ร้อน แต่ก็อดรนทนไม่ไหวเพราะแสงตะวันพ้นขอบฟ้าและแทงตา จนต้องยอมศิโรราบลุกจากที่นอน งัวเงียตื่นมาเกือบ 6 โมงเช้า >>> ตาเบิกกว้าง เพราะภาพที่อยู่เบื้องหน้า โอ้ !!!!! วิวหลักล้าน จริ๊งจริง 

    ฟินเวอร์กันอีกครั้ง เดอะแก๊งฯ คว้ากล้องของแต่ละคน ถ่ายมุมโน้นมุมนี้ ตามอารมณ์ เชื่อแล้วที่พี่ชายบอก >>> อยากให้มา แม้จะไม่สะดวกสบาย ไม่เหมือนโรงแรม 6 ดาวหรูหราที่ซุป'ตาร์ เป็นพรีเซ็นเตอร์ก็ตาม อยากให้อยู่ นั่งดู นั่งมองธรรมชาติที่ไม่ธรรมดา เป็นอารมณ์ที่เดอะแก๊งฯ ชื่นชอบมาก ถ้าไม่เกรงใจแพข้างๆ จะตะโกนให้ก้องฟ้า ว่าตัวข้าฯ ได้มาพบแล้วกับสถานที่ ที่สามารถปล่อยอารมณ์ ปล่อยความคิด ปล่อยจินตนาการ และเพิ่มกำลังใจในการลุกเดินต่อไป ^^

    เราออกเดินทางกันต่อ มุ่งหน้าไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยว Unseen แห่งใหม่ของจังหวัดอ่างทอง คือ วัดสังกระต่าย ตั้งอยู่ ตำบลศาลาแดง อำเภอเมืองอ่างทอง เป็นวัดเก่าแก่นับร้อยปี มีจุดมหัศจรรย์คือโบสถ์เก่าแก่ที่มีต้นโพธิ์ปกคลุมทั้งหมด ขณะนี้กำลังบูรณะใหม่ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ชอบการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหลงใหลการถ่ายรูป

    การเดินทางไม่ยากเพราะอยู่ในเขตอำเภอเมือง ตามเส้นทางหลัก สามารถเปิดดูเส้นทางผ่าน Google Maps ได้ บริเวณวัดจะมีแม่ค้า พ่อค้าที่เป็นชาวบ้านใกล้เคียงเอาของมาขาย เช่น ผัก ผลไม้ อาหารอื่นๆ หรือของฝาก แต่เป็นเพียงตลาดเล็กๆ ราคาก็กันเอง ติดใจการยิ้มแย้ม ทักทาย แม้จะเจอเดอะแก๊งฯ ถามซอกแซก เหมือนจะซื้อแต่ไม่ซื้อ 5555 เดอะแก๊งฯ ใช้เวลาไหว้พระและชื่นชมกับความงดงามของสิ่งที่บรรพบุรษได้สร้างประมาณ 2 ชั่วโมง เดินทะลุห้องโน้นห้องนี้ และกราบไหว้ขอพระพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ เพี้ยง!!!! หากสมหวังตามคำอธิฐาน เดอะแก๊งฯ จะกลับมาเยือนอีกหลายๆ รอบเลยเจ้าค่ะ สาธุ!!!! 

    เราต้องออกเดินทางต่อ สถานีถัดไปคือ ตลาดไทยย้อนยุคบัานระจัน ไหนๆ ก็มาแนวตามหาอดีต หลงอยู่ในกลิ่นไอของยุคโบราณแล้ว ก็ต้องจัดไป เพราะท้องเริ่มหิว แต่ในทรงจำยังประทับใจความสวยงามของโบสถ์แม้จะเก่ามากก็ตามที ว่าแล้วก็   ไ ป >>> ต่ อ >>> ไ ป

                           
    • โพสต์-3
    Taya@ •  สิงหาคม 21 , 2563

    ตะลุย>>>>ตลาดย้อนยุคกัน

    ออกจากวัดเพราะความหิวมาเยือนอีกแล้ว เดอะแก๊งฯ จึงขอแวะตลาดย้อนยุคบ้านระจันสักนิด เป็นเพราะ สาวเท่ห์ฯ และสาวคิกขุฯ ไปเยือนตลาดแล้ว จึงไม่ค่อยจะตื่นเต้นเท่าสาวสวยเรื่องเยอะเท่าไร 

    ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน ตั้งอยู่ในจังหวัดสิงห์บุรี เป็นตลาดย้อนยุคที่มีกลิ่นไอให้ชวนหลงใหล เพราะ ค่ายบางระจันมีกลุ่มชาวบ้านบางระจันที่สร้างวีรกรรมให้ต้องจารึกและจดจำในประวัติศาสตร์ชาติไทยสมัยตอนปลายของกรุงศรีอยุธยา เสน่ห์ของตลาดไทยย้อนยุคนี้คงเป็นที่พ่อค้าแม่ค้าที่เป็นชาวบ้านพร้อมใจกันแต่งกายย้อนยุคแบบชาวบ้านสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่มีทั้งนุ่งโจงกระเบนห่มสไบ และสักยันต์ตามตัว 

    ที่ชอบอีกอย่างและเป็นเอกลักษณ์ คือ พ่อค้า แม่ค้าจะพูดในสำเนียงย้อนยุคด้วย เช่น ขอบน้ำใจเจ้าคะ จะรับอะไรหรือเจ้าค่ะ ฟังแล้วเกือบโต้ตอบไป แต่ก็กลัวจะพูดสำเนียงเปล่งๆ แปลกๆ ไม่เข้ากะพ่อค้าแม่ค้า เลยขอตอบแบบไทยๆ ไปว่า "มิเป็นไรมิได้ดอกเจ้าค่าา" 

    อาหารที่นี้มีให้เลือกมากมาย ระรานตาระรานใจและระรานห้องเป็นอย่างมาก ทริปนี้ถ่ายรูปได้น้อยเพราะใจมุ่งพุ่งไปหาอาหาร จะกินอาร้ายดีน้าาาาาา ตอนนี้หิวตาลายและลายตาไปโหม้ด จึงต้องใช้วิธี รวมกันเราอดแยกกันไปหาอาหารอร่อยมากินแล้วค่อยมารวมหัวกินกันจะดีกว่า 5555 จึงต้องใช้ยุทธวิธีแยกทางกันใครใคร่อยากอะไรก็ซื้ออันนั้นมากินกัน ที่นั่งให้ทานก็เพียงพอและสะดวกสบายให้เลือกหลายมุม หลายแบบเอาตามความชอบ ตอนนี้เดอะแก๊งฯ ขอตัวไปซื้อหาอาหารแบบความชอบเฉพาะตัวกันก่อนที่ฝนจะตกดีกว่า เพราะเฆมมืดเริ่มก่อตัวอีกแล้ว กองทัพต้องอิ่มท้อง อิ่มตา อิ่มใจก่อน ถึงจะสามารถไปตะลุยต่อได้ ว่าแล้วก็ขอตัวนะเจ้าค่ะ ^^

    ระหว่างฝนกำลังตกหนัก เดอะแก๊งฯ รอฝนซา แต่การแสดงที่มีกำหนดไว้ก็ต้องดำเนินเรื่อง สนุก ตื่นเต้นดี นักแสดงในชุดนักรบ และชาวบ้านที่แต่งกายย้อนยุค นั่งชมเหมือนหลุดเข้าไปในอดีต โอ๊ะ โอ๊ะ ++++ นี่ข้าพเจ้าผ่านมิติมาหรือไร เอ๊ะเอ๊ะ!!!! นั่นพวกทหารพม่านี้ เร็ว !!! พวกเรา ตั้งทัพตะลุย +++++ 5555 อินเหลือเกิน ยิ่งเห็นหน้านักแสดงที่ใส่อารมณ์เต็ม และเสียงโห้ร้อง ตะโกนบวกเสียงปืน เสียงระเบิดที่ดังกึกก้อง ถึงฉากที่ชาวบ้านบางระจันพ่ายแพ้แก่ปืนใหญ่ของพม่า ยิ่งชวนขนลุก น้ำตาคลอเต็มตา เห้ย!!! มันได้อารมณ์และความรู้สึกหึกเหิมจนอยากจะลงไปหน้าเวที จับมีดจับดาบเข้าไปช่วยชาวบ้านมากๆ แต่ ตื่น ตื่น กลับมาสู่ยุคปัจจุบัน +++5555+++ 

    เดอะแก๊งฯ เดินหน้าตั้งเพราะเย็นมากแล้ว บวกฝนที่ตกหนักหายไปในพริบตา เดอะแก๊งฯ เดินหาน้องมังคุด จอดตรงไหนว้า >>> อ่อ นั่นไง ทำไมจอดเดียวดายเสียจริง เดอะแก๊งฯ เดินไปมองไป ทีมๆ เจ้าหน้าที่ อบต. และอาสาจราจร มาทำอะไรกันเยอะแยะในสนามฟุตบอลที่มีดินชุ่มน้ำ เฉอะแฉะ เดอะแก๊งฯ เดินไปเมาท์กันไป โดยไม่ได้ฟังเสียงพี่ๆเจ้าหน้าที่ตะโกนบอก >> อย่าเพิ่งเดินเข้าไป แต่ ...... ไม่ทันที่เท้าทั้งสองข้างจมลงไปในดินโคลน ก็ยังว่า ทำไม>>>>ยิ่งเดินยิ่งหนัก ก้มลงดูเท้า โอ้ !!!! แม่เจ้า >>>> มาเป็นก้อนเลย เลยต้องใช้วิชาตัวเบาเดินย่องๆ เพื่อให้ดินไม่ติดมาเพิ่ม กว่าจะถึงเจ้ามังคุด ทำเอาเหนื่อย ห่างกันแค่เมตรกว่าๆ แต่เหมือนเดินแล้วถูกหน่วงไว้กับหินเป็นตันผูกจาไปด้วย 5555   พี่ๆ อาสาจราจรเหมือนจะเข้ามาช่วยอุ้มให้รีบๆ  แต่ก็บ่นอุบ "จะเดินเข้ามากันทำไม มาเฉพาะคนขับก็พอแล้ว เดี๋ยวจะออกไปยังไง" หาาาาาา ไม่รู้จะออกไปยังไงเลยหรา เดอะแก๊งฯ ก็ลุ้น รีบขึ้นรถ นั่งทำตัวลีบ กลั้นหายใจเผื่อน้ำหนักมันจะเบาลง 5555 แต่ด้วยฝีมือขับรถที่ช่ำชองของสาวสวยเรื่องเยอะ สบายอยู่แร๊วววววว รอดพ้นกันมาได้ กับการตะลุยโคลนทั้งคนทั้งรถ กว่าจะถึงบ้านพัก เล่นเอาเพลีย และสภาพรองเท้าของแต่ละคน เหอะ เหอะ  จะจำไปอีกนาน ใครตะโกนทักอะไร จะหยุดฟัง ไม่ดื้อ ไม่ซนแล้วเจ้าค่ะ ฮิฮิ การเดินทางรอบนี้ เดอะแก๊งฯ ไปที่เดียว 3 จังหวัด รู้สึกดีที่ถึงแม้เราจะเจอวิกฤตร้ายแรงแค่ไหน แต่ก็ภูมิใจที่เมืองไทยมีการท่องเที่ยววิถีชุมชนต้อนรับ เห็นบรรดาสถานประกอบการท่องเที่ยวหลายๆแห่งปิดตัวลงเพราะเน้นนักท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่จริงๆแล้ว นักท่องเที่ยวชาวไทยนี้แหละที่จะคอยช่่วยสนับสนุนคนไทยกันเอง ยังคงเป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่ลุ้นและขอให้รอดพ้นจากวิกฤตอันร้ายแรงนี้ และหวังว่าเราคงได้ท่องเที่ยวแนววิถีใหม่ (New Normal) กันแบบไทยๆ เพราะเราคือคนไทย ไทยแปลว่า อิสระ 55555 แล้วเจอกันใหม่ในวิถีท่องเที่ยวทั่วไทยแนวใหม่กันต่อไปนะเจ้าค่ะ ^^